ประโยชน์ของ “ต้นอ่อนบรอกโคลี” ทำไมเป็นผักยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น

 

มิใช่เพียงเพื่อใช้โรยอาหารให้ดูสวยงามน่ารับประทาน แต่ต้นอ่อนบรอกโคลีเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากคนรักสุขภาพทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก มารู้ประโยชน์ของต้นอ่อนบรอกโคลีที่จะทำให้รีบไปหามารับประทานเมื่ออ่านจบบทความนี้ และวิธีการรับประทานเพื่อรับประโยชน์จากสารอาหารในต้นอ่อนบรอกโคลีได้อย่างเต็มที่กัน

ประโยชน์ของต้นอ่อนบรอกโคลี
แม้จะมีต้นอ่อนผักมากมาย เช่น ต้นอ่อนหัวไชเท้า ต้นอ่อนกะหล่ำปลีแดง หรือต้นอ่อนชิโสะ แต่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานต้นอ่อนบรอกโคลีเป็นอย่างมากเนื่องจากอุดมไปด้วยสารสำคัญที่ดีต่อสุขภาพ คือ ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีหรือไฟโตเคมิคอล (Phytochemical) สารชนิดนี้พบได้ในผักหลายชนิดแต่จะมีปริมาณมากในต้นอ่อนของบรอกโคลี ซึ่งมีปริมาณที่สูงกว่าบรอกโคลีถึง 20 เท่า หรือพูดง่ายๆ คือ ต้นอ่อนบรอกโคลีเพียง 50 กรัมจะมีปริมาณสารซัลโฟราเฟนที่เทียบเท่ากับบรอกโคลีต้มสุก 1 กิโลกรัม

สารซัลโฟราเฟนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งสารชนิดนี้จะไปยับยั้งผลเสียของสาร AGE (advanced glycation end product) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการที่รับประทานโปรตีนและน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ทำให้โปรตีนและน้ำตาลรวมตัวกันเป็นสาร AGE เมื่อสารชนิดนี้ไปจับกับเซลล์ส่วนใดในร่างกายก็จะทำให้เซลล์นั้นๆ เสื่อมสภาพ เช่น หากสารชนิดนี้ไปจับสะสมที่หลอดเลือดก็อาจก่อให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย หากไปสะสมที่กระดูกก็ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน และหากไปสะสมที่ตาก็จะทำให้เกิดโรคต้อกระจก เป็นต้น ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ สาร AGE ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังหย่อนยานและแก่เร็วด้วย นอกจากนี้มีงานวิจัยในหนูพบว่าสารซัลโฟราเฟนจะช่วยป้องกันโรคอ้วนจากการที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี ส่งผลในการช่วยลดการสะสมไขมันที่ช่องท้องและที่ตับ

สารที่มีอยู่ในต้นอ่อนบรอกโคลีนั้นเป็นสารตั้งต้นของสารซัลโฟราเฟน เมื่อรับประทานต้นอ่อนบรอกโคลีและเคี้ยวอย่างละเอียด เอนไซม์ไมโรสิเนส (Myrosinase) ที่อยู่ในเซลล์ของต้นอ่อนบรอกโคลีจะเปลี่ยนสารตั้งต้นของสารซัลโฟราเฟนไปเป็นสารซัลโฟราเฟนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นวิธีการรับประทานต้นอ่อนบรอกโคลีเพื่อให้ร่างกายได้รับสารซัลโฟราเฟนให้เต็มที่คือ การเคี้ยวอย่างละเอียด หรือการรับประทานเป็นสมูทตี้ที่ปั่นจนเซลล์ต้นอ่อนบรอกโคลีแตกออกมาเพื่อให้เอนไซม์สามารถเปลี่ยนสารตั้งต้นของสารซัลโฟราเฟนเป็นสารซัลโฟราเฟนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการรับประทานต้นอ่อนบรอกโคลีร่วมกับแอปเปิลหรือหอมใหญ่ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย

โดยทั่วไปการรับประทานต้นอ่อนบรอกโคลีสัปดาห์ละ 1 แพ็กก็เพียงพอที่จะสร้างสุขภาพที่ดีได้ แต่สามารถรับประทานมากกว่า 1 แพ็กต่อสัปดาห์โดยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ทั้งนี้สารซัลโฟราเฟนจะสลายไปเมื่อเก็บต้นอ่อนบรอกโคลีไว้นาน ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อมาเก็บไว้นานเกิน 1 สัปดาห์ และควรเก็บไว้ในตู้เย็น

ต้นอ่อนบรอกโคลีมีรสชาติที่เผ็ดน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับต้นอ่อนหัวไชเท้า โดยสามารถนำมารับประทานเพื่อเสริมความอร่อยให้แก่เมนูต่างๆ เช่น สลัดผัก สลัดผลไม้ แซนด์วิช พาสต้า แฮมเบอร์เกอร์ รวมถึงเมนูทอดกระเทียม ลาบและส้มตำไทย บ้านเราอาจจะยังหาซื้อได้ยากแต่ก็สามารถซื้อเมล็ดมาเพาะเองได้ง่าย

 

ขอบคุณที่มา สนุกดอทคอม