ไลฟ์ล่าสุด “พระมหาไพรวัลย์” ดราม่าพระผู้ใหญ่วิจารณ์ ชี้พระไตรปิฎกเก็บไว้ในตู้ไม่มีประโยชน์

aHR0cHM6Ly060920211107

ไลฟ์ล่าสุด “พระมหาไพรวัลย์” ดราม่าพระผู้ใหญ่วิจารณ์ ชี้พระไตรปิฎกเก็บไว้ในตู้ไม่มีประโยชน์

จากกรณีพระนักเทศน์ชื่อดัง พระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง ที่ไลฟ์สอนธรรมะผ่านเพจเฟซบุ๊กด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ขำขัน ซึ่งหลังมีการไลฟ์พร้อมกัน 2 รูป เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนเข้ามาชมกว่า 2 แสนคน ซึ่งต่อมาก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องความเหมาะสม มีพระผู้ใหญ่ออกมาทั้งติและชม อาทิ พระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ วัดสุทัศนเทพวรารามฯ และ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว

ล่าสุดวันนี้ (5 ก.ย.64) พระมหาไพรวัลย์ ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “บอกว่าไม่มีสาระ แต่เวลาพูดธรรมะ ไม่เคยเข้ามาฟัง สภาพพพพ” ซึ่งท่านก็ได้ระบุว่า เห็นกระแสดราม่าตลอดทั้งวัน รวมถึงคำวิจารณ์ต่างๆ

โดยได้กล่าวถึง พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่ให้สัมภาษณ์ชื่นชมว่า “มีที่ไหนคนฟังธรรมะสองแสนคน คนเสิร์ชเป็นล้าน มันอาจจะน้ำท่วมทุ่งสนุกสนานเบิกบานไปบ้าง แต่มันก็ดีที่เทศน์ให้สนุกสนานไม่ใช่เทศน์ให้ง่วง ให้เครียด ให้หลับ” ระบุว่า

“อาจารย์พยอมเนี่ยเป็นพระรูปเดียวเป็นเจ้าคุณรูปเดียวในประเทศไทย ที่คนจำชื่อสมณศักดิ์ไม่ได้ เป็นเจ้าคุณยังไงให้ไม่เหมือนเป็นเจ้าคุณ สภาพ เป็นเจ้าคุณยังไงไม่ต้องสร้างภาพก็ไปดูอาจารย์พยอมนะ เป็นเจ้าคุณเป็นพระราชาคณะในดวงใจที่ปฏิบัติดี ไม่ใช่แค่พูดดีอย่างเดียว ปฏิบัติดีด้วย แล้วคอมเมนต์ดีมาก พูดดีให้กำลังใจ คือเราฟังแล้วรู้สึกว่า นี่สิพระผู้ใหญ่ คือผู้ใหญ่ท่านต้องรู้เวลาท่านจะวิจารณ์พระรุ่นน้องต้องวิจารณ์ยังไง ไม่ลืมๆ กูก็เคยเป็นเหมือนมัน ก็เคยเป็นอย่างมัน นี่คือเจ้าคุณอาจารย์พยอม ท่านไม่ลืม แล้วท่านให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะพูดก็ได้ ถ้าสมมติเจ้าคุณอาจารย์พยอมจะพูดก็ได้ว่า ไม่สำรวมไพรวัลย์ สมปอง เป็นพระต้องสำรวม ต้องปฏิบัติ ปลอม สภาพ ปลอมมากคนดูออก อาจารย์เจ้าคุณพยอมท่านไม่ปลอม ท่านก็รู้ว่าตัวท่านเคยเป็นยังไง ท่านก็บอก ชอบมากอันหนึ่งวันนี้ที่คุยกับพระอาจารย์สมปอง ท่านอาจารย์สมปองท่านยกคำพูดหลวงพ่อพุทธทาสบอกว่า เวลาทำอะไรให้ชั่งเอาว่าคุณหรือโทษมากกว่ากัน ถ้าประโยชน์มากกว่าก็ทำไปเถอะ”

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ยังได้ชื่นชม นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของท่าน โดยฝากแฟนเพจว่า อย่าไปด่าหรือทัวร์ลง เพราะเป็นแนวคิดที่สำนักงานพุทธฯ ควรจะทำมานานแล้ว

“ฝากว่าไม่ต้องไปนั่งถอดเทปให้เสียเวลาว่าอันไหนเหมาะสม เตือนมาได้เลย น้อมรับและจะพยายาม สำนักงานพุทธฯ จะโปรโมทอะไรต่างๆ มันมีคนดูหรือเปล่า แต่นี่คนดูแสนสอง คุณฝากมาสิ เดี๋ยวอาตมาโปรโมตให้ พระพุทธเจ้าบอกว่า คนเราต้องเป็นกัลยาณมิตรกัน อาตมาไม่อยากขัดแย้งกับสำนักงานพุทธฯ คุณเป็นสำนักงานที่มีหน้าที่สอดส่องดูแลพระ เณร ศาสนา เอามา โครงการอะไรของสำนักงานพุทธฯ อยากให้คนทั่วไปรู้ กิจกรรมโครงการส่งเสริมศาสนา อาตมามีคุณให้ศาสนาส่วนไหนได้ คุณก็เอามาสิ เดี๋ยวประชาสัมพันธ์ให้เลยก่อนไลฟ์ทุกวัน คุณโปรโมตเป็นปีมันไม่มีคนดูคุณทำไปทำไม ฝากถึงท่านณรงค์ (ผอ.พศ.) ท่านสิปป์บวร มาหาอาตมาก็ได้ ถ้าจะส่งหนังสือมาอีกส่งกับตัวเลย หรือให้อาตมาไปที่สำนักงานพุทธฯ แล้วนั่งคุยกัน ไม่อยากให้อาตมาเป็นยังไง ไม่ให้พูดเรื่องไหน น้อมรับ จะไม่พูดให้ ถ้าไม่พูดได้ ไม่ต้องส่งจดหมายมามันดูห่างเหิน คุยกับอาตมา อาตมาไม่ดื้อ แต่ขอเหตุผลหน่อย

“ท่านสิปป์บวร พูดดีมาก ไม่รู้ว่าพูดดีเพราะกลัวทัวร์ลงหรือเปล่า ท่านให้สัมภาษณ์ว่า “โดยส่วนตัวจะไม่ไปวิเคราะห์แทนพี่น้องประชาชน เพราะเชื่อว่าประชาชน มีองค์ความรู้ มีความคิดเป็นของตนเอง สามารถวินิจฉัย พินิจพิเคราะห์ได้เองว่า การแสดงลักษณะนี้อยู่ในความสำรวมของสงฆ์หรือไม่” สภาพ แบบนี้ไม่สำรวม ดูพร็อบ หมู่ไม้มวลพฤกษาขนาดนี้ไม่สำรวมอะไรก่อน แต่ท่านพูดดีแล้ว ไม่รู้ว่าท่านพูดเพราะกลัวกระแสหรือว่ามาจากใจท่านจริงๆ คือท่านไม่อยากเคลม จะบอกว่า เลิกเถอะการเคลมโดยการใช้มาตรฐานขององค์กรตัวเองไปตัดสิน อาตมาไม่มีปัญหา ใครจะวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม ดีมาก ขอบคุณที่ออกมาคอมเมนต์ จะได้รู้ว่าศาสนาพุทธในเมืองไทยมีความหลากหลาย ความหลากหลายเป็นสิ่งสวยงาม อย่ามองว่าความหลากหลายคือความขัดแย้ง สังคมไทยมีภาพว่า หลากหลายคือขัดแย้ง หลากหลายคือไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ใช่ ความหลากหลายคือความสวยงามให้คนเลือกเสพ เหมือน อ.สิปป์บวร ว่า ทุกคนมีความรู้ ให้พื้นที่กับสังคมเถอะว่า เขาต้องการแบบไหน อย่าไปเคลมความเป็นพุทธศาสนา หรืออย่าเอาวิธีคิดพุทธศาสนาของตัวเอง ไปตอบหรือไปบังคับให้คนอื่นมองแบบเดียวกัน โดยเฉพาะถ้าทำในนามองค์กรศาสนาเนี่ย มันไม่ได้”

“เห็นดราม่าไหม เห็น น้อมรับ ครูบาอาจารย์บางรูปที่ท่านเป็นห่วงเราจริงๆ เช่นเจ้าคุณอาจารย์พิพิธ เจ้าคุณอาจารย์พยอม ท่านพูดให้เรามีกำลังใจ ท่านพูดอย่างนี้ไม่ทำให้เรารู้สึกดี แต่มันทำให้เราเกรงใจว่าพระผู้ใหญ่เขารู้แหละว่าที่เราทำมันไม่สำรวม ไม่เหมาะสม แต่ท่านก็ยังพยายามพูดเพื่อให้เห็นข้อดีของเราว่ามันมีที่ไหนไลฟ์แล้วคนดูหลายหมื่นหลักแสน มันคือปรากฏการณ์ที่มีประโยชน์ จึงอ้างคำอาจารย์ท่านพุทธทาสว่า ให้ชั่งดูว่าคุณกับโทษอันไหนมากกว่ากัน อาตมาก็ยืนยันว่าเห็นคุณมากกว่าที่ได้มาคุย

“น้อมรับทุกคำติชม จะชมอะไร แต่ขอว่าอย่าเคลมความเป็นพุทธศาสนาไว้คนเดียว ขอร้องเถอะ วันนี้ก็พูดกับพระอาจารย์สมปองว่า ได้ ถ้าคุณเคลมว่าอันนี้ไม่เหมาะสม ตัด อันนี้คือไม่ได้ ตัดๆๆ ตัดออกหมดแล้วถามว่าคุณเก็บธรรมะของคุณไว้ให้ใคร คุณมีของดีแต่ของดีของคุณมันถูกพับเก็บอยู่ในหีบ นึกถึงสภาพ คุณมีพระไตรปิฎกแต่คุณล็อกกุญแจ แต่ละวัดถามก่อนมีตู้พระไตรปิฎกไว้แต่ล็อกกุญแจ มีไว้เพื่ออะไร พระไตรปิฎกมันต้องมีค่ามากกว่าเป็นอาหารปลวกหรือเปล่า บางทีล็อกจนกุญแจหายเปิดอีกทีปลวกกินหมดแล้ว เหมือนกัน มีธรรมะดีมากอยากจะสื่อกับคนแต่ไม่มีคนฟัง จะสื่อกับใคร

“ธรรมะทุกวันนี้เป็นธรรมะที่มีไว้แค่เทศน์ให้ผีฟัง บทอภิธรรมลึกซึ้งมากเอาไว้สวดตอนไหน งานศพ แล้วจะมีเพื่ออะไร มีประโยชน์ไหมสวดให้ผีฟัง ผีมันตายไปแล้วมันฟังไม่ได้ ฉะนั้นธรรมะมันต้องมีประโยชน์ เอามาแทรก เอามาหยอด เอามาย่อย เหมือนคุณมีพระไตรปิฎกซึ่งมันเป็นสุดยอดแล้วศูนย์รวมคำสอนทั้งหมด แต่ถามก่อนว่ามันจะมีใครเข้าใจพระไตรปิฎกทั้งหมดและศึกษาด้วยตัวเอง มันไม่มี อย่าว่าแต่ฆราวาสเลย พระยังไม่อ่านเลยพระไตรปิฎก สภาพ เคยเห็นพระบวชใหม่ที่ไหนนั่งอ่านพระไตรปิฎก ไม่มี มีของดีแต่เอามาย่อยไม่ได้ เอามาสอนไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์

“เหมือนคุณมีอัญมณีแต่คุณเก็บไว้ในหีบแล้วล็อกกุญแจ เก็บไว้เพื่ออะไร ให้มันลืม ให้คนลืม ของมีค่าถ้าไม่ถูกใช้ มันก็คือไม่มีค่า”

ขอบคุณที่มา  www.sanook.com